สูตรบีทรูทน้ำผักผลไม้สกัดเย็นขยายหลอดเลือด เพิ่มออกซินเจนให้ร่างกาย 400% คืนความสดชื่น

ถ้าหากคุณมีอาการอ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง สมองช้า ไม่สดชื่น อาจจะเกิดได้หลากหลายสาเหตุ เช่น อดนอน ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือ เริ่มมีอาการป่วย ก็เป็นได้  แต่สาเหตุหนึ่งก็ คือ เกิดจากการที่เลือดนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไม่เพียงพอ หรือ ในกรณีที่เราต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นจากการเล่นกีฬา หรือ ใช้พลังานจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะอ่อนเพลียเกิดขึ้นได้

แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยได้นั่นคือ ไนตริกออกไซด์ ช่วยทำให้หลอดเลือดในการร่างของเรามีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งขยายตัวและหดตัว ตามสภาวะในร่างกายในแต่ช่วง  หากเราต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดก็จะขยายตัว ทำให้เลือดพาออกซิเจนไปพร้อมกับเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ได้เพียงพอ

แหล่งไนตริกออกไซด์จากธรรมชาติ

หลายคนคงรู้จักผักประเภทหัวชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าบีทรูท หรือ หัวบีท  ซึ่งเป็นผักที่มีสารไนเตรทอยู่ในอันดับต้น ๆ และเมื่อเข้าสู่ร่างกายของเราจะถูกเปลี่ยนไปเป็น ไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) มีการศึกษาพบว่าสามารถขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น สามารถเพิ่มออกซิเจนได้ถึง 4 เท่า หรือ 400% เลยทีเดียว

เรามารู้จักบีทรูท กันสักนิด



เป็นพืชพื้นเมืองในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันได้มีการปลูกแพร่หลายไปทั่วโลก ในประเทศไทยปลูกได้ตลอดทั้งปีในเขตอากาศค่อนข้างหนาว เช่น ภาคเหนือ หรือ ปลูกในช่วงฤดูฝน ตามพื้นที่ราบทั่วไป

ส่วนประกอบที่สำคัญในบีทรูทสด 100 กรัม ประกอบด้วย

  • พลังงาน 44 กิโลแคลอรี่
  • โฟเลต: 20% ของความต้องการใน 1 วัน
  • แมงกานีส: 14% ของความต้องการใน 1 วัน
  • ทองแดง: 8% ของความต้องการใน 1 วัน

สรรพคุณที่สำคัญ ๆ

  • ช่วยบำรุงเลือด เนื่องจากมีธาตุเหล็ก และทองแดง ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น
  • มีสาร Betaine ซึ่งเป็น แอนตี้ออกซิเดนท์ ยับยังการเกิดเนื้องอก และเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยบำรุงตับ และล้างพิษตับ
  • ช่วยส่งเสริมการใช้ออกซิเจนของเซลล์
  • ช่วยระบบหัวใจ และหลอดเลือด

ข้อควรระวังในการบริโภคบีทรูท

  • ผู้ที่มีความดันต่ำ สตรีมีครรภ์ หรือ มีปัญหาเรื่องไต ไม่ควรดื่มน้ำบีทรูทในปริมาณที่เยอะเกินไป
  • ไม่ควรรับประทานคู่กับอาหารเสริมประเภทแคลเซียม เนื่องจากมีสารออกซาเลต จะไปกีดขวางการดูดซึมของแคลเซียมได้ อาจทำให้เกิดภาวะนิ่วในไตได้ถ้ากินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ

สูตรบีทรูทแยกกากสกัดเย็นอร่อย ๆ ประกอบด้วย

  • บีทรูท 500 กรัม
  • สับปะรด 500 กรัม

สูตรนี้จะได้น้ำประมาณ 600-700 ซีซี

วิธีทำน้ำบีทรูทแยกกากชนิดสกัดเย็น

  • ขั้นตอนแรกการเลือกซื้อวัตถุดิบ ถ้าจะให้ดีควรเลือกที่ปลูกจากระบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือ ปุ๋ยเคมี ให้สังเกตจากแพคเกจที่มีตราสัญลักษณ์เกษตรอินทรีย์ หรือ แหล่งที่เชื่อถือได้
  • ขั้นตอนที่สอง ให้มาล้างทำความสะอาดด้วยการใช้มือขัด หรือ ใช้ฟองน้ำขัดที่ผิวข้างนอกโดยให้น้ำไหลผ่านประมาณ 1-2 นาที
  • ขั้นตอนที่สาม แช่ผงฟู หรือ เบรกกิ้งโซดา 20 นาที
  • ขั้นตอนที่สี่ หั่นขั้ว และ ส่วนที่เป็นตำหนิ
  • ขั้นตอนที่ห้า ปอกเปลือกนอกออก
  • ขั้นตอนที่หก หั่นเป็นชิ้นพอเหมาะ ให้สามารถใส่เครื่องสกัดแยกกากได้
  • ขั้นตอนที่เจ็ด นำบีทรูท และ สับปะรดที่หั่นเป็นชิ้นพอเหมาะใส่เครื่องสกัด

จะได้น้ำบีทรูทรสชาติดี แสนอร่อย และยังคุณค่าวิตามินและเอนไซม์ไว้ได้อย่างครบถ้วนเพราะสกัดด้วยวิธี ColdPress

วิธีการดื่ม

ให้ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป สำหรับสูตรนี้ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 150 – 200 ซีซี ไม่ควรรับประทานต่อเนื่องกันทุกวัน ควรทาน 2-3 วัน/ครั้ง ข้อควรทราบก็คือ ปัสสาวะ หรือ อุจจาระ อาจจะมีสีแดงอ่อน ๆ เราเรียกภาวะนี้ว่า บีททูเรีย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อหยุดรับประทานจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

ติดต่อเรา
Facebook : Juicer Club
Line : @juicerclub
Phone : 02-454-1465

แท็ก :
JUICERCLUB JUICERCLUB 02-454-1465 Juicerclub@gmail.com